ระบบไฟฟ้า ใน รถมือสอง
ย้อนกลับไปเมื่อ ๔๐ ปีก่อน ไฟฟ้าที่ใช้ในรถยนต์ หลักๆ คือ ระบบสตาร์ท กับ ระบบไฟส่องสว่าง รถยนต์ยุคนั้นยังไม่มีระบบปรับอากาศเลย ปัจจุบันสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในรถยนต์ ใช้ไฟฟ้าแทนมือไปหมด ไม่ว่าจะเป็น กระจกห้องโดยสาร กระจกมองด้านข้าง ปรับเบาะ พวงมาลัย อื่นๆ อีกมากมาย
ระบบไฟฟ้าต่างๆ ภายในรถยนต์ยุคนี้ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ แค่น้ำเข้าไปในรถ ระบบไฟฟ้าในรถ ทั้งฟิวส์ รีเลย์ หรือสายไฟ ก็มีปัญหาทั้งนั้น บางทีแม้ว่าจะซ่อมแล้ว แต่ก็อาจจะมีวงจรต่างๆ เกิดอาการรวน หรือช็อตก็เป็นได้
ระบบไฟฟ้าในรถยนต์สามารถแยกตามลักษณะการใช้งานได้ดังนี้
ระบบประจุไฟ เป็นระบบที่ใช้ประจุไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่ขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน
ระบบไฟฟ้าเครื่องยนต์ เป็นระบบไฟฟ้าที่ใช้ในการทำงานของเครื่องยนต์ เช่น ระบบสตาร์ท ระบบจุดระเบิด และระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น
ระบบไฟส่องสว่าง เป็นระบบที่ให้แสงสว่างในการเดินทางเวลากลางคืน
ระบบไฟสัญญาณ เป็นระบบไฟที่ใช้เป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ขับขี่รถคนอื่นได้ทราบ เช่น ไฟเลี้ยว, ไฟตัดหมอก, ไฟ Daytime, ไฟเบรก, ไฟถอยหลัง และไฟฉุกเฉิน เป็นต้น
ระบบไฟฟ้าในแผงหน้าปัด เป็นระบบไฟฟ้าเกี่ยวกับมาตรวัดต่างๆ บนแผงหน้าปัด เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ทราบข้อมูล เกี่ยวกับการทำงานของระบบต่างๆ ในรถยนต์ เช่น ไฟเลี้ยว, ไฟเตือนต่างๆ, ระบบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง และระดับความร้อนของเครื่องยนต์ เป็นต้น
ระบบควบคุมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เป็นระบบไฟฟ้าที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ในรถยนต์ เช่น ระบบปรับอากาศ, วิทยุ, ฟังก์ชั่นบริเวณพวงมาลัย, กระจกไฟฟ้า, เบรกมือไฟฟ้า, ระบบปัดน้ำฝน และเซ็นทรัลล็อค เป็นต้น
การไปติดอุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่มเติม รถของคุณอาจจะมีปัญหาได้ ดังนั้นควรจะปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญก่อนก็จะดี และก็อย่าลืมหมั่นตรวจดูระบบไฟฟ้าภายในรถ ในส่วนต่างๆ ก่อนที่จะควบรถคู่ใจของคุณไปไหนมาไหน ดูซิว่าขั้วแบตเตอรี่สะอาดสมบูรณ์หรือไม่ อุปกรณ์พวกปลั๊ก หรือรีเลย์ต่างๆ หลวม หรือมีสนิมเกาะหรือเปล่า มีสายไฟอะไรโผล่ออกมาตามใต้ท้องรถ หรือจุดต่างๆ หรือไม่ เพื่อความปลอดภัยนะครับ
<<<== ขอขอบคุณที่มา : http://www.checkraka.com ==>>>
เรียนรู้เกี่ยวกับรถมือสอง เพื่อจะได้ครอบครองรถมือสองได้อย่างมีคุณภาพ โชคดี ครับ.
เชิญ Click ที่นี่ เต็นท์รถมือสอง คุณภาพ
เชิญ Click ที่นี่ เต็นท์รถมือสอง คุณภาพ
